วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568

การเรียนรู้ครั้งที่ 14 (20/3/68)

วันนี้ได้มีการพูดโดยรวมสรุปสาระการเรียนรู้ในรายวิชานี้ว่ามีการจัดประสบการณ์แบบใดจึงจะเหมาะสมกับเด็กอายุวัยสามถึงหกปีโดยรายละเอียดมีดังนี้

การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี

. ความหมายของการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ


1.1 ความหมายของการเรียนรู้แบบบูรณาการ


การเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) เป็นแนวทางการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะจากหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เกิดการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


ในช่วงปฐมวัย (3-6 ปี) เด็กจะเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยเน้นการส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย และสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่แท้จริง


1.2 ความสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการ

• ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหา โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายด้าน

• กระตุ้นให้เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และสนุกกับการเรียนรู้

• พัฒนาทักษะทางสังคม ผ่านการทำงานกลุ่มและการเล่นร่วมกับเพื่อน

• ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

• ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตประจำวัน




2. หลักการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามช่วงวัย


การจัดการเรียนรู้ต้องคำนึงถึงพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย เนื่องจากเด็กในวัย 3-6 ปีมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน การออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ


2.1 เด็กอายุ 3 ปี

• เริ่มต้นเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ง่าย ๆ

• ยังมีสมาธิสั้นและสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว

• ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงทางอารมณ์


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นบทบาทสมมติ เช่น เล่นเป็นหมอ พ่อครัว แม่ค้า

• การฟังนิทานและสนทนาง่าย ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

• การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง กระโดด




2.2 เด็กอายุ 4 ปี

• มีความอยากรู้อยากเห็นและเริ่มตั้งคำถาม

• เริ่มสามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ได้

• สามารถใช้สื่อการเรียนรู้ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ภาพ วิดีโอ


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การจับคู่ภาพกับสิ่งของจริง

• การทดลองง่าย ๆ เช่น ทดลองการละลายของน้ำแข็ง

• การเล่าเรื่องจากภาพที่กำหนดให้




2.3 เด็กอายุ 5-6 ปี

• มีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ซับซ้อนขึ้น

• เริ่มพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผล

• สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นเกมสร้างคำศัพท์

• การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น การปลูกถั่วในแก้วพลาสติก

• การทำโครงงานเล็ก ๆ ร่วมกับเพื่อน




3. การจัดการเรียนการสอนผ่าน 6 กิจกรรมหลักให้สอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน


การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนปฐมวัยต้องคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่

1. พัฒนาการทางร่างกาย – การเคลื่อนไหวและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่

2. พัฒนาการทางสติปัญญา – การคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา

3. พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ – การควบคุมอารมณ์ การสร้างความมั่นใจ

4. พัฒนาการทางสังคม – การทำงานเป็นกลุ่มและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น




3.1 กิจกรรมเสริมประสบการณ์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้รับความรู้ใหม่ผ่านประสบการณ์ตรง เช่น

• การฟังนิทาน การทดลองทางวิทยาศาสตร์

• การทัศนศึกษา การสำรวจธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

• สติปัญญา: ฝึกการคิดวิเคราะห์และความอยากรู้อยากเห็น

• อารมณ์-จิตใจ: สร้างจินตนาการ




3.2 กิจกรรมสร้างสรรค์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กแสดงออกผ่านศิลปะ เช่น

• การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน

• การทำงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

• อารมณ์-จิตใจ: ฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์

• สังคม: ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม




3.3 กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ


กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย เช่น

• การเต้นประกอบเพลง การกระโดดเชือก

• การเล่นดนตรีจังหวะ


พัฒนาการที่ได้รับ

• ร่างกาย: เสริมกล้ามเนื้อและการทรงตัว

• อารมณ์-จิตใจ: ช่วยลดความเครียด




3.4 กิจกรรมกลางแจ้ง


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้จากธรรมชาติ เช่น

• การเล่นในสนามเด็กเล่น

• การทำแปลงปลูกต้นไม้


พัฒนาการที่ได้รับ

• ร่างกาย: ฝึกความแข็งแรง

• สังคม: ฝึกการเล่นร่วมกับผู้อื่น




3.5 กิจกรรมเกมการศึกษา


กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสติปัญญา เช่น

• เกมจับคู่ภาพกับคำศัพท์

• เกมบอร์ดที่ช่วยพัฒนาทักษะการนับเลข


พัฒนาการที่ได้รับ

• สติปัญญา: ฝึกสมาธิและการแก้ปัญหา

• สังคม: ฝึกการเล่นตามกติกา




3.6 กิจกรรมดำรงชีวิตประจำวัน


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การดูแลตนเอง เช่น

• ฝึกแต่งตัวเอง ทานอาหารเอง

• การทำงานบ้านง่าย ๆ


พัฒนาการที่ได้รับ

• อารมณ์-จิตใจ: ฝึกความรับผิดชอบ

• สังคม: ฝึกการช่วยเหลือ




4. สาระสำคัญที่ต้องนำไปใช้ในการสอบ

• ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง (Piaget, Vygotsky, Dewey)

• หลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ

• การจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

• วิธีการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย


สิ่งเหล่านี้เป็นหัวข้อสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในการสอบและประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย!



1. ความหมายของการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ


1.1 ความหมายของการเรียนรู้แบบบูรณาการ


การเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) เป็นแนวทางการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะจากหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เกิดการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


ในช่วงปฐมวัย (3-6 ปี) เด็กจะเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยเน้นการส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย และสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่แท้จริง


1.2 ความสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการ

• ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหา โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายด้าน

• กระตุ้นให้เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และสนุกกับการเรียนรู้

• พัฒนาทักษะทางสังคม ผ่านการทำงานกลุ่มและการเล่นร่วมกับเพื่อน

• ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

• ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตประจำวัน




2. หลักการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามช่วงวัย


การจัดการเรียนรู้ต้องคำนึงถึงพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย เนื่องจากเด็กในวัย 3-6 ปีมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน การออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ


2.1 เด็กอายุ 3 ปี

• เริ่มต้นเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ง่าย ๆ

• ยังมีสมาธิสั้นและสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว

• ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงทางอารมณ์


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นบทบาทสมมติ เช่น เล่นเป็นหมอ พ่อครัว แม่ค้า

• การฟังนิทานและสนทนาง่าย ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

• การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง กระโดด




2.2 เด็กอายุ 4 ปี

• มีความอยากรู้อยากเห็นและเริ่มตั้งคำถาม

• เริ่มสามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ได้

• สามารถใช้สื่อการเรียนรู้ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ภาพ วิดีโอ


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การจับคู่ภาพกับสิ่งของจริง

• การทดลองง่าย ๆ เช่น ทดลองการละลายของน้ำแข็ง

• การเล่าเรื่องจากภาพที่กำหนดให้




2.3 เด็กอายุ 5-6 ปี

• มีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ซับซ้อนขึ้น

• เริ่มพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผล

• สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นเกมสร้างคำศัพท์

• การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น การปลูกถั่วในแก้วพลาสติก

• การทำโครงงานเล็ก ๆ ร่วมกับเพื่อน




3. การจัดการเรียนการสอนผ่าน 6 กิจกรรมหลักให้สอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน


การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนปฐมวัยต้องคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่

1. พัฒนาการทางร่างกาย – การเคลื่อนไหวและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่

2. พัฒนาการทางสติปัญญา – การคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา

3. พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ – การควบคุมอารมณ์ การสร้างความมั่นใจ

4. พัฒนาการทางสังคม – การทำงานเป็นกลุ่มและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น




3.1 กิจกรรมเสริมประสบการณ์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้รับความรู้ใหม่ผ่านประสบการณ์ตรง เช่น

• การฟังนิทาน การทดลองทางวิทยาศาสตร์

• การทัศนศึกษา การสำรวจธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

• สติปัญญา: ฝึกการคิดวิเคราะห์และความอยากรู้อยากเห็น

• อารมณ์-จิตใจ: สร้างจินตนาการ




3.2 กิจกรรมสร้างสรรค์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กแสดงออกผ่านศิลปะ เช่น

• การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน

• การทำงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

• อารมณ์-จิตใจ: ฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์

• สังคม: ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม




3.3 กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ


กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย เช่น

• การเต้นประกอบเพลง การกระโดดเชือก

• การเล่นดนตรีจังหวะ


พัฒนาการที่ได้รับ

• ร่างกาย: เสริมกล้ามเนื้อและการทรงตัว

• อารมณ์-จิตใจ: ช่วยลดความเครียด




3.4 กิจกรรมกลางแจ้ง


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้จากธรรมชาติ เช่น

• การเล่นในสนามเด็กเล่น

• การทำแปลงปลูกต้นไม้


พัฒนาการที่ได้รับ

• ร่างกาย: ฝึกความแข็งแรง

• สังคม: ฝึกการเล่นร่วมกับผู้อื่น




3.5 กิจกรรมเกมการศึกษา


กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสติปัญญา เช่น

• เกมจับคู่ภาพกับคำศัพท์

• เกมบอร์ดที่ช่วยพัฒนาทักษะการนับเลข


พัฒนาการที่ได้รับ

• สติปัญญา: ฝึกสมาธิและการแก้ปัญหา

• สังคม: ฝึกการเล่นตามกติกา




3.6 กิจกรรมดำรงชีวิตประจำวัน


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การดูแลตนเอง เช่น

• ฝึกแต่งตัวเอง ทานอาหารเอง

• การทำงานบ้านง่าย ๆ


พัฒนาการที่ได้รับ

• อารมณ์-จิตใจ: ฝึกความรับผิดชอบ

• สังคม: ฝึกการช่วยเหลือ




4. สาระสำคัญที่ต้องนำไปใช้ในการสอบ

• ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง (Piaget, Vygotsky, Dewey)

• หลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ

• การจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

• วิธีการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย


สิ่งเหล่านี้เป็นหัวข้อสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในการสอบและประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย!


การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี


1. ความหมายของการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ


1.1 ความหมายของการเรียนรู้แบบบูรณาการ


การเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) เป็นแนวทางการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะจากหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เกิดการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


ในช่วงปฐมวัย (3-6 ปี) เด็กจะเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยเน้นการส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย และสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่แท้จริง


1.2 ความสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการ

ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหา โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายด้าน

กระตุ้นให้เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และสนุกกับการเรียนรู้

พัฒนาทักษะทางสังคม ผ่านการทำงานกลุ่มและการเล่นร่วมกับเพื่อน

ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตประจำวัน


2. หลักการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามช่วงวัย


การจัดการเรียนรู้ต้องคำนึงถึงพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย เนื่องจากเด็กในวัย 3-6 ปีมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน การออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ


2.1 เด็กอายุ 3 ปี

• เริ่มต้นเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ง่าย ๆ

• ยังมีสมาธิสั้นและสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว

• ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงทางอารมณ์


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นบทบาทสมมติ เช่น เล่นเป็นหมอ พ่อครัว แม่ค้า

• การฟังนิทานและสนทนาง่าย ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

• การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง กระโดด


2.2 เด็กอายุ 4 ปี

• มีความอยากรู้อยากเห็นและเริ่มตั้งคำถาม

• เริ่มสามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ได้

• สามารถใช้สื่อการเรียนรู้ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ภาพ วิดีโอ


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การจับคู่ภาพกับสิ่งของจริง

• การทดลองง่าย ๆ เช่น ทดลองการละลายของน้ำแข็ง

• การเล่าเรื่องจากภาพที่กำหนดให้


2.3 เด็กอายุ 5-6 ปี

• มีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ซับซ้อนขึ้น

• เริ่มพัฒนาทักษะการคิดเชิงเหตุผล

• สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น


ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม

• การเล่นเกมสร้างคำศัพท์

• การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น การปลูกถั่วในแก้วพลาสติก

• การทำโครงงานเล็ก ๆ ร่วมกับเพื่อน


3. การจัดการเรียนการสอนผ่าน 6 กิจกรรมหลักให้สอดคล้องกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน


การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนปฐมวัยต้องคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่

1. พัฒนาการทางร่างกาย – การเคลื่อนไหวและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่

2. พัฒนาการทางสติปัญญา – การคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา

3. พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ – การควบคุมอารมณ์ การสร้างความมั่นใจ

4. พัฒนาการทางสังคม – การทำงานเป็นกลุ่มและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น


3.1 กิจกรรมเสริมประสบการณ์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้รับความรู้ใหม่ผ่านประสบการณ์ตรง เช่น

• การฟังนิทาน การทดลองทางวิทยาศาสตร์

• การทัศนศึกษา การสำรวจธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

สติปัญญา: ฝึกการคิดวิเคราะห์และความอยากรู้อยากเห็น

อารมณ์-จิตใจ: สร้างจินตนาการ


3.2 กิจกรรมสร้างสรรค์


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กแสดงออกผ่านศิลปะ เช่น

• การวาดภาพระบายสี การปั้นดินน้ำมัน

• การทำงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ


พัฒนาการที่ได้รับ

อารมณ์-จิตใจ: ฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์

สังคม: ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม


3.3 กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ


กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย เช่น

• การเต้นประกอบเพลง การกระโดดเชือก

• การเล่นดนตรีจังหวะ


พัฒนาการที่ได้รับ

ร่างกาย: เสริมกล้ามเนื้อและการทรงตัว

อารมณ์-จิตใจ: ช่วยลดความเครียด


3.4 กิจกรรมกลางแจ้ง


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้จากธรรมชาติ เช่น

• การเล่นในสนามเด็กเล่น

• การทำแปลงปลูกต้นไม้


พัฒนาการที่ได้รับ

ร่างกาย: ฝึกความแข็งแรง

สังคม: ฝึกการเล่นร่วมกับผู้อื่น


3.5 กิจกรรมเกมการศึกษา


กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสติปัญญา เช่น

• เกมจับคู่ภาพกับคำศัพท์

• เกมบอร์ดที่ช่วยพัฒนาทักษะการนับเลข


พัฒนาการที่ได้รับ

สติปัญญา: ฝึกสมาธิและการแก้ปัญหา

สังคม: ฝึกการเล่นตามกติกา


3.6 กิจกรรมดำรงชีวิตประจำวัน


กิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การดูแลตนเอง เช่น

• ฝึกแต่งตัวเอง ทานอาหารเอง

• การทำงานบ้านง่าย ๆ


พัฒนาการที่ได้รับ

อารมณ์-จิตใจ: ฝึกความรับผิดชอบ

สังคม: ฝึกการช่วยเหลือ


4. สาระสำคัญที่ต้องนำไปใช้ในการสอบ

• ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง (Piaget, Vygotsky, Dewey)

• หลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ

• การจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

• วิธีการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย


สิ่งเหล่านี้เป็นหัวข้อสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในการสอบและประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเรียนรู้ครั้งที่ 14 (20/3/68)

วันนี้ได้มีการพูดสรุปโดยรวมสาระการเรียนรู้ในรายวิชานี้ว่าการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการกับเด็กในปฐมวัยแบบใดเหมาะสมในอายุ 3ถึง6 ปี โดยมีการสรุปส...